ประเภทคำสั่งซื้อขาย: เครื่องมือจัดการความเสี่ยงที่คุณต้องรู้
รู้จัก Market, Limit, Stop Loss, Take Profit บน Capital.com คำอธิบายเงื่อนไข วิธีใช้ลดความเสี่ยง พร้อมตารางเปรียบเทียบชัดเจน
เว็บไซต์ทางการ FxPro
สิ่งที่คุณจะได้รับจากหน้านี้
คำสั่งซื้อขาย (Order Types) คือหัวใจของการควบคุมความเสี่ยง หากคุณไม่เข้าใจว่า Market Order กับ Limit Order ต่างกันอย่างไร หรือ Stop Loss ทำงานตอนไหน คุณกำลังเปิดพอร์ตให้กับความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น หน้านี้จะอธิบายคำสั่งหลักที่มีให้ใช้บนแพลตฟอร์มของ Capital.com พร้อมเงื่อนไข ข้อจำกัด และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ
คำสั่งซื้อขายหลักบน Capital.com
Capital.com รองรับคำสั่งซื้อขายพื้นฐานที่จำเป็นต่อการจัดการความเสี่ยงผ่านแพลตฟอร์ม MT4, MT5, แอปของตัวเอง และ TradingView ตารางด้านล่างสรุปคำสั่งแต่ละประเภท
| ประเภทคำสั่ง | ฟังก์ชัน | เงื่อนไขการทำงาน | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| Market Order | ซื้อ/ขายทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน | เติมเต็มทันทีในช่วงเวลาเทรด | สเปรดลอยตัว อาจ slippage ในช่วงข่าว |
| Limit Order | สั่งซื้อต่ำกว่าราคาปัจจุบัน หรือขายสูงกว่าราคาปัจจุบัน | เติมเต็มเมื่อราคาตลาดถึงระดับที่กำหนด | ไม่รับประกันการเติมเต็มถ้าราคาผ่านเลยไป |
| Stop Order (Stop Loss) | ปิดสถานะเมื่อราคาเคลื่อนไปในทิศทางตรงข้ามถึงจุดที่ตั้ง | เปิดใช้งานเมื่อราคาตลาดถึงระดับ Stop | อาจเกิด slippage ในตลาดผันผวน |
| Take Profit Order (Limit) | ปิดสถานะเมื่อราคาเคลื่อนไปถึงเป้าหมายกำไรที่ตั้ง | เติมเต็มที่ราคาที่กำหนดหรือดีกว่า | มักเติมเต็มได้ดีกว่า Stop Loss ในตลาดปกติ |
กลไกการทำงานและสิ่งที่ควรระวัง
Market Order: ความเร็วเทียบกับความแม่นยำ
Market Order จะถูกเติมเต็มทันทีที่ราคาตลาดที่ดีที่สุดในขณะนั้น ข้อควรระวังคือในช่วงที่มีสภาพคล่องต่ำหรือช่วงข่าวสำคัญ ราคาที่ได้จริง (slippage) อาจแตกต่างจากราคาที่คุณเห็นตอนกดสั่งซื้อ โดยเฉพาะในคู่เงินที่สภาพคล่องต่ำหรือสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภท
Limit Order: การควบคุมราคาเข้าออก
Limit Order ช่วยให้คุณกำหนดราคาที่ต้องการเข้าหรือออกจากตลาดล่วงหน้า ข้อดีคือคุณไม่ต้องจ้องหน้าจอ ข้อเสียคือถ้าตลาดเคลื่อนผ่านระดับราคาของคุณไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการเติมเต็ม คุณอาจพลาดโอกาส
Stop Loss: มาตรฐานการป้องกัน
Stop Loss เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดสำหรับการจัดการความเสี่ยง Capital.com อนุญาตให้ตั้ง Stop Loss ได้ในทุกรูปแบบบัญชี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่โปรดทราบว่าในตลาดที่มีความผันผวนรุนแรง เช่น ช่วง Brexit หรือการประกาศดอกเบี้ย ราคาที่ Stop Loss ทำงานจริงอาจแตกต่างจากราคาที่ตั้งไว้ (slippage)
Take Profit Order
Take Profit จะทำงานตรงกันข้ามกับ Stop Loss โดยจะปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาไปถึงเป้าหมายกำไร คำสั่งนี้ช่วยลดความจำเป็นในการจับจังหวะปิดสถานะตลอดเวลา
เลเวอเรจและการเลือกประเภทคำสั่ง
เลเวอเรจสูงสุด 1:200 ผ่านหน่วยงาน SCB Bahamas สำหรับนักเทรดไทย เลเวอเรจนี้หมายถึงเงินทุน 100 USD สามารถควบคุมสถานะมูลค่า 20,000 USD นี่คือความเสี่ยงโดยตรงต่อการเลือกประเภทคำสั่งของคุณ
ตารางด้านล่างแสดงตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเลเวอเรจ จำนวน Lot และระยะห่าง Stop Loss ที่เหมาะสม
| เลเวอเรจที่ใช้ | มูลค่าสถานะต่อ Lot | ระยะ Stop Loss จุดต่ำสุดที่แนะนำ (EUR/USD) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1:10 | 10,000 USD | 20-30 จุด | ต่ำมาก ไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับสเปรด |
| 1:50 | 50,000 USD | 15-25 จุด | สมดุลดีสำหรับเทรดเดอร์รายวัน |
| 1:100 | 100,000 USD | 10-20 จุด | ต้องมีประสบการณ์สูง |
| 1:200 | 200,000 USD | 5-15 จุด | เสี่ยงสูงมาก ไม่แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น |
สถานะการกำกับดูแลและสิ่งที่หมายถึงในทางปฏิบัติ
Capital.com ให้บริการนักเทรดไทยภายใต้นิติบุคคลระหว่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาต Securities Dealer licence SIA-F245 จาก Securities Commission of The Bahamas (SCB) ไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SEC Thailand) ดังนั้นจึงไม่มีโครงการชดเชยนักลงทุนในประเทศ
ความหมายในทางปฏิบัติคือข้อพิพาทใด ๆ จะถูกจัดการภายใต้กฎหมายของบาฮามาส ไม่ใช่กฎหมายไทย การเลือกโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงานระดับ Tier 1 เช่น FCA (สหราชอาณาจักร) หรือ CySEC (ไซปรัส) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้การคุ้มครองในระดับที่สูงกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ราคาและสเปรดของ Capital.com ก็สามารถแข่งขันกับโบรกเกอร์ระดับบนได้
ข้อจำกัดและต้นทุนที่ควรรู้
ต้นทุนการซื้อขาย
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี (Commission-free) |
| สเปรด EUR/USD | ลอยตัว ประมาณ 0.7 pip ในการทดสอบปี 2026 |
| ค่า Swap หรือ Overnight Funding | มีในสถานะที่ใช้เลเวอเรจและถือข้ามวัน |
| ค่าฝาก/ถอนเงิน | โบรกเกอร์ไม่มีค่าใช้จ่าย |
การฝากและถอนเงินสำหรับนักเทรดไทย
| ช่องทาง | วงเงินฝากขั้นต่ำ | ระยะเวลาโดยประมาณ | ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ |
|---|---|---|---|
| บัตรเครดิต/เดบิต | 20 USD | ทันที | ไม่มี |
| Wire Transfer (โอนผ่านธนาคาร) | 50 USD | 1-5 วันทำการ | ไม่มี |
| e-Wallet | 20 USD | ทันที | ไม่มี |
ข้อควรพิจารณาด้านภาษี
กำไรจาก CFD ถือเป็นรายได้ส่วนบุคคลทั่วไปภายใต้กฎหมายภาษีไทย อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก้าวหน้า (Progressive PIT) ตั้งแต่ 0-35% ขึ้นอยู่กับรายได้ทั้งปี ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในไทย (อยู่ในไทย 180 วันขึ้นไปต่อปี) หากนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย ต้องรวมเป็นรายได้ที่ต้องยื่




